แนวทางใหม่ช่ วยคนไทย นาน 3 เดือน

เปิดแนวทางใหม่แจกเงินคนไทย อายุ 18 ปีขึ้นไปรับ 3000 นาน 3 เดือน

วันที่ 9 พ.ค. รายงานว่า หลังจากวันที่ 17 พ.ค.63 ที่เป็นวันปิดโครงการมาตรการเยียวยา กระทรวงการคลัง จะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ดูแลกลุ่มที่ตกหล่น กลุ่มชายขอบ กลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ คนไ ร้บ้าน และกลุ่มที่ลงทะเบียนมาตรการ 5,000 บาท ไม่สำเร็จราว 1 ล้านคน เพื่อพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือเป็นลำดับต่อไป โดยคนกลุ่มนี้อาจจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เนื่องจากรัฐบาลมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว

สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. ออกแถลงการณ์ เรื่อง “รัฐบาลต้องช่วยเหลือประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และรวดเร็ว” มีเนื้อหาโดยสรุปขอให้รัฐแจกเงินเยียวยาประชาชนแบบถ้วนหน้าเป็นจำนวน 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งนี้ มีกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ จำนวน 27 กลุ่ม เดินทางมายื่นหนังสือที่หน้าประตู 4 กระทรวงการคลัง

เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแจกเงินช่วยเหลือประชาชนถ้วนหน้า และอยากให้รัฐพิจารณาแจกเงินเยียวยาให้ประชาชนชาวไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป คนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน แทนมาตรการแจกเงินเยียวยาจำนวน 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน เพื่อไม่ให้มีประชาชนคนใดต้องตกหล่นจากความผิดพลาด รวมถึงมีปัญหาความล่าช้าระบบการพิสูจน์สิทธิของรัฐบาล

รายละเอียดดังนี้ เนื่องด้วยรัฐบาลได้มีมาตรการแจกเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตตอนนี้ เป็นจำนวนคนละ 5,000 บาท ในโครงการเราไม่ทิ้งกัน โดยเป็นการแจกเงินให้แก่ผู้ที่ลงทะเบียนและผ่านการคัดกรองว่ามีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ทว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวกลับเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชน อาทิ มีผู้เดือดร้อนจำนวนมากไม่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา และกระทั่งผู้ที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาแล้วก็ยังได้รับเงินล่าช้า

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนอีกหลายกลุ่มอาชีพถูกกีดกันมิให้ได้รับมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว เช่น นักเรียนนักศึกษา เกษตรกร แรงงานนอกระบบ และผู้ประกอบการ เป็นต้น ข้อผิดพลาดดังกล่าวไม่เพียงเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน แต่ยังสะท้อนว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการตั้งเกณฑ์ การคัดกรอง และการแจกจ่ายเงินให้แก่ผู้เข้าเกณฑ์อีกด้วย สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยเห็นว่าข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการเลือกแจกเงินช่วยเหลือให้เฉพาะผู้เข้าเกณฑ์

ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชาชนทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ทั้งสิ้น จึงควรมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเสมอภาค สหภาพจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนแนวทางจากมาตรการแจกเงิน 5,000 บาท ให้เฉพาะผู้เข้าเกณฑ์ เป็นการแจกเงินช่วยเหลือให้ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปทุกคนอย่างน้อยคนละ 3,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน ยกเว้นข้าราชการและพนักงานของรัฐที่มีกลไกดูแลอยู่แล้ว เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม ทั่วถึง และรวดเร็ว

สหภาพหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุดกับกับการบรรเทาและเยียวยาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เมื่ออ้างอิงจาก สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประเทศไทยมีประชากรอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 50.8 ล้านคน ดังนั้นจึงคาดว่าจะใช้งบประมาณ 457,200 ล้านบาทเท่านั้น โดยถือเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) โดยมองว่ารัฐบาลอาจพิจารณาตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงเพื่อดำเนินมาตรการดังกล่าว