ข่าวดีกำหนดการเปิดเข้า ‘คิชฌกูฏ’ วันแsก ‘ตามรอยพระพุทธบาท’

ข่าวดีตามรอยพระพุทธบาท กำหนดการเปิดเข้าคิชฌกูฏวันแรก 25 ม.ค.63

ถ้าพูดถึงความสักดิ์สิทธิ์ ของสถานที่ต่างๆที่ผู้คนนิยมไปสักการะบูชากราบไหว้ หนึ่ง ในนั้นต้องมี “เขาคิชฌกูฏ” ที่จังหวัดจันทบุรี ที่มาของชื่อเขาคิชฌกูฏนั้น ในตำนาน ศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า เขาคิชฌกูฏอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงราชคฤห์แควันมคธ

โดยสภาพภูมิประเทศคล้ายคลึงและบนยอดเขามีสิ่งศกดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวกับพระพุทธองค์คือ รอยพระพุทธบาทและหินลูกบาตร ที่ตั้งข้างรอยพระพุทธบาทอยู่ในลักษณธคล้อยลอยริมลานพระพุทธบาทฝั่งตรงข้ามหินลูกบาตรมีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้

และในหินก้อนนี้ ตรงข้ามกันรอยพระหัตถ์ มีรูปรอยเท้าใหญ่(รอยเท้าพญามาร)ใต้พระบาทมีถ้ำตาฤาษี นอกจากนี้ พระครูะรรมสรคุณ ยังได้สอนว่า….

“เท้าของพระพุทธองค์ แม้ประดิษฐานอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม ถ้าเรามีความเชื่อมั่น เคารพกรอบไหว้ด้วยใจ อธิษฐานแล้ว ย่อมเกิดผลสำเร็จแก่ผู้ผู้นั้นทุกคนและเป็นสิริมงคล แก่ผู้นั้นตลอดไป” แต่ต้องตั้งจิตอธิษฐานให้ดี ปราถนาสิ่งใดที่ดีชอบขอได้ตามความพอใจ

กลับไปจะมีแต่ความปลอดภัย เชื่อว่าหลายๆคนคงรอคอยการเปิดให้เข้า ไปสักการะรอยพระพุทธบาทกันอย่างใจจดใจจ่อ ในชีวิตนี้ควรหาโอกาสสักครั้งที่จะได้ขึ้นมานมัสการรอรอยพระพุทธบาทข้างบนเขาคิชฌกูฏนี้ หลายคนที่พลาดการขึ้นเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี ไปเมื่อปีที่ผ่านมานี้ ไม่ต้องเสียใจไปค่ะ

ล่าสุดได้มีการออกประกาศ กำหนดการสำหรับเปิดขึ้นนมัสการรอรอยพระพุทธบาทบนเขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2563 โดยจะเปิดตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2563 ถึง 24 มีนาคม 2563 และจะมีพอธีบวงสรวงก่อนเริ่มเปิดให้ขึ้นเขาในวันที่ 23 มกราคม 2563

เรื่องเล่าความลี้ลับของผู้ที่หลบหลู่ความศัดดิ์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ ที่จังหวัดจันทบุรี พระครูธรรมสรคุณ(ท่านพ่อเขียน) เล่าว่า “พวกที่ไปด้วยไม่ศรัทธาจะถูกรุกขเทวดาที่ปักรักษารอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏลงโทษบ่อยๆทุกปี” ดังกรณีปี 2513 มีชนศาสนาอื่นมาจากจังหวัดระยองขึ้นเขาพระบาทเพื่อไปเที่ยวสนุกกับเพื่อน

เพื่อนๆพากันนมัสการรอยพระพุทธบาทแต่เขาไม่หัวเราะเยาะเพื่อนว่าหลงไปกราบหิน กราบรอยอะไรก็ไม่รู้ และไม่ถอดร้องเท้าเมื่อเข้าไปลานพระพุทธบาทเขารู้สึกง่วงไปนอนบนลานหินทางทิศใต้ของรอยพระพุทธบาทและหลับไปและฝันว่าวิ่งลงมาจากที่สูงแต่ที่จริงโดยไม่ถอกร้องเท้า ขณะนั้นเองค์เทวดาที่รักษาองค์พระพุทธบาท บัลดาลให้ลมพัดอย่างแรงพัดพาร่างหญิงสาวปลิว ทรงกายไม่อยู่เสียหลักไปชนหินสลบไป

สองกรณีเป็นเรื่องราวเกิดขึ้นนานแล้ว แต่ยังมีผู้ไม่รู้และไม่ศรัทธายังลบหลู่ปูชนียสถาน นึกว่าเป็น “ที่ท่องเที่ยว”ขึ้นไปลานพระพุทธบาทเพื่อความสนุกสนานซึ่งทำให้เกิดผลไปยังพระพุทธองค์อุปมาเหมือนท่นยังทรงมีชีวิต ประทับอยู่ต่อหน้าผู้ไปนมัสการ

การเดินทางไปยังยอดเขาคิชฌกูฏ สามารถเดินทางได้โดยเริ่มจากอำเภอเมืองจังทบุรีผ่านแยกเขาไร่ยาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3249 ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร โดยใช้ทางขึ้นเขาพระบาทพลวง(ทางขึ้นคนละจุดกับอุทยานฯ) เมื่อถึงวัดพระบาทพลวงต้องจอดรถส่วนตัวทิ้งไว้(มีลานจอดรถไว้บริการ)

จากนั้นมีรถสองแถวบริการขึ้นเขาพระบาท ออกจากวัดพลวงไปสิ้นสุดที่บริเวณทางขึ้นยอดเขาพระบาทโดยรถที่ขึ้นยอดเขาแบ่งเป็น 2 ช่วง ค่าโดยสารช่วงละ 50 บาทต่อคน (รวมไปกลับ 200บาท) มีรถบริการตลอดดเวลา ในส่วนของอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติคิชฌกูฏ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป มีอัตราค่าบริการ ดังนี้

1 บุคคลชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท

2 บุคคลชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 เด็ก 50 บาท

เริ่มเปิดวันแรก 25 มกราคมนี้ สำหรับใครที่อยากจะไปต้องเผื่อเวลาดีๆด้วยนะคะ เพราะวันแรกคนจะแน่นเป็นพิเศษ

สอบถามข้อมูล เขาคิชฌกูฏ โทรศัพท์ : 0 3945 2074,0 2562 0760

ศูยน์กู้ชีพเทศบาลตำบาลพลวง โทรศัพท์ : 08 1722 1662 (สามารถสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ 24 ชั่วโมง)

ขอบคุณ เจ้าของภาพ