บ้าน ‘นิดา พัชรวีระพงษ์’

ที่นี่โอโฮแซ่บขอนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันในวันนี้เรื่องราวของวงการบันเทิงเด็ดๆเสียศูนย์อยู่เป็นปี ล้มละลายยังสู้ไหวบ้าน ‘แตงโม นิดา’ ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ตัวคนเดียวมาโดยตลอดทำงานเลี้ยงครอบครัวด้วยตัวเองมาโดยตลอด

‘แตงโม’ เลยทุ่มทุนซื้อบ้านเป็นของขวัญให้พ่อ รวมมูลค่าถึง 10 ล้าน แต่เจ้าตัวรีบแจ้งว่าเป็นมูลค่าบ้าน 2 หลัง ที่รวมค่าตกแต่งไว้แล้ว และที่ตัดสินใจซื้อเพราะอยากให้อยู่พร้อมหน้าทั้งครอบครัว หลังจากที่ตัวเองแยกออกมาใช้ชีวิตเองหลายปี

ล่าสุดได้เผยว่า คุณไม่ออกไปไหนเลยเหรอ? “เกือบปีค่ะ ไม่โผล่ออกจากบ้านเลย ไม่ได้ออกไปเจอใครเกือบปีต้องใช้เงินเก่าแล้วลามไปถึงใช้เงินบุตรจนตอนนี้รถตู้จำหน่ายแล้วค่ะ เขาซื้อเราด้วยการช่วยเหลือ เขาเห็นเราลำบาก รถตู้โมใช้มานานแล้ว

รถคู่ใจของโม ทำมาหากินมาเป็น 10 ปี เรารักมาก จริงๆ แล้วราคามันตกมากนะคะ แต่เขามาช่วยเราในราคาไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ต้องขอบคุณมากๆ” เห็นว่าบ้านล้มละลาย มันดูเรื่องใหญ่นะ? “มันดูแรงใช่มั้ยคะ บ้านหนูตอนนี้นอกจากจำหน่ายรถไปแล้ว ใช้เงินเก็บไปแล้ว

ตอนนี้ยอมรับตามตรงเลยนะ เงินเก็บทั้งบ้าน มีไม่เกิน 2 ล. เมื่อก่อนโมไม่เคยบริหารเงินเอง เป็นคุณพ่อซะเป็นส่วนใหญ่ โมทำงานมาให้เงินคุณพ่อไปจัดแจงทั้งหมด ทุกอย่าง คุณพ่อเป็นคนไปจ่าย แต่ก่อนหน้านี้ แตงโม เผยว่า บางคนฟังเดี๋ยวหาว่าเว่อร์

บ้านหลังละ 10 ล้าน เราก็ไม่มีปัญญาจะซื้อ เพราะว่าตัวโมเองก็รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตัวเอง ก็อยากจะอธิบายว่า 10 ล.เนี่ย เราได้ถึงสองหลังรู้สึกว่าคุ้ม เพราะคุณพ่อก็มีครอบครัวเล็ก ๆ ของเขา ตัวโมเองอยู่คนเดียวมา 7 ปีแล้ว ถ้าเกิดให้โมเข้าไปอยู่ในบ้านเดียวกันจะรู้สึกว่าพื้นที่ส่วนตัว

เราหายไปก็เลยจำเป็นที่จะซื้อ 2 หลัง แล้วถ้าซื้อหลังหนึ่งมันจะเก็บของไม่หมด โมของเยอะมาก ราคา 10 ล้าน มันก็ไม่ถูกซะทีเดียวเพราะว่าจริงจริงแล้วมันก็ 3 ล้าน ว่าๆ ทั้งสองหลัง แต่บวกค่าตกแต่งแล้วจะถึง 10 ล้าน แต่บ้านติดกันเลยนะเจาะประตูทะลุกัน โมว่ามันเป็นหน้าที่หลักหลัก

ของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้วที่พอเวลาเราหาเงินเลี้ยงชีพตัวเองได้ วันหนึ่งที่คุณพ่อแก่แล้วเริ่มทำงานได้น้อยลงเราก็ต้องตอบแทน ด้วยความที่บ้านโมไม่ได้เกิดมามีชีวิตที่คุณพ่อคุณแม่มีทุกอย่างให้ เหลือแค่เราทำงานใช้เงินเองมันไม่ใช่ คุณพ่อไม่ได้มีฐานะดีอะไร ได้แค่เงินเดือนค่าใช้จ่ายของคุณพ่อ

ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นในบ้านโมรับคนเดียว เพราะฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่ทำงานแล้วก็มีความสุข เพราะเรามีจุดหมายว่าเราทื่อพ่อ เป็นของขวัญชิ้นใหญ่สุดเลยนะเป็นยังไงกันบ้างครับกับเรื่องราวที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยจ้าหากชื่นชอบกดไลคและกดติดตามเว็บของเราหน่อยเด้อ

error: Content is protected !!