‘บ้านเจษ’

สวัสดิครับโอโฮเเซบขอนำเสนอข่าวที่น่าสนใจมาฝากกันไม่ว่าจะเป็นข่าวดวงข่าวกระแสข่าวเด่นข่าวฮิตข่าวบันเทิงและข่าวในพระราชสำนักอัพเดพตลอด 24 ชั่วโมงรวมถึงข่าวนโยบายของรัฐต่างๆข่าวเเจกเงิ นและข่าวดวงจะอัพเดทตลอดทุกวันทีนีโอโฮเเซบดอทคอมวันนี้พบกับ ‘บ้าน 68 ล้าน เจษฎ์พิพัฒทายาทเจ้าของตลาดรังสิต’ ตกทุกข์ได้ยากรถหรูหายหมดบ้าน บ้าน 68 ล้าน เจษฎ์พิพัฒ ทายาทเจ้าของตลาดรังสิต สูญเงินกว่า 400 ล้านพระเอกหนุ่มเผยมุมชีวิตสุดดราม่า ‘เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์’ ที่กำลังมีผลงานละครดังวิมานจอเงินครอบครัวล้มละลาย 400 ล้าน ต้องขายรถเกือบหมดบ้าน

เป็นทายาทเจ้าของตลาดรังสิต ‘เจษ  ผมขออธิบายก่อน’ เราไม่ได้เป็นคุณหนูเลยครับ หมายถึงว่าทั้งการทำตัวเราด้วยแล้วก็ที่บ้านด้วยจริงจริงครอบครัวผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของตลาดรังสิตครับไม่ได้มีส่วนไปช่วยเหลือธุรกิจที่บ้านเลยครับเพราะว่าพ่อให้เลือกว่าจะทำอะไรในชีวิต ตอนเรียนจบก็เลยเลือกที่จะทำงานตรงนี้

พอมีโอกาสได้ลองทำก็เลยชอบ แล้วก็ผมเป็นเด็กที่ไม่ชอบยอมแพ้อะไร คือทำอะไรต้องทำให้สุดทำให้ดีที่สุดอะไรประมาณนี้ พอรู้สึกว่าทำไม่ได้ ก็จะต้องทำให้ได้ครอบครัวเคยเจอเหตุการณ์วิกฤต วิกฤตปี 40 ครับเมือก่อนพ่อผมก็จบเมืองนอกมาเหมือนกันแล้วพ่อผมก็กลับมาทำธุรกิจส่วนตัว เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์

ทำพวกหมู่บ้านจัดสรรเพราะพ่อผมเป็นวิศวกร ตอนนั้นมีเงินเยอะมากมากแล้ววันหนึ่งคุณพ่อไปยืมเงินเพื่อทำโครงการนึงโครงการยังไม่เสร็จแล้วมันล่มเราก็เลยไม่มีเงินที่จะทำ process โครงการให้มันแล้วเสร็จไปต่อได้ก็เลยติดหนี้แล้วก็ล้มละลายซึ่งปีนั้นก็ล้มกันเป็นโดมิโนเลยแล้วชีวิตเราเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง

เจษ ผมนับถือพ่อผมมากเลย ชีวิตผมไม่เปลี่ยนเลยครับ คือที่บ้านเมื่อก่อนรวยมาก ที่บ้านจะมีรถ volvo หลายคันแต่ตอนนี้ไม่ได้รวยขนาดนั้น ตอนนั้นเราไม่รู้พ่อแม่ปิดไว้เด็กเด็กก็ไม่รู้สึกเราก็แค่แบบเออรถมันหายไปแค่นั้นแต่ก็ยังมีรถมารับเราอยู่เปลี่ยนไปเรื่อยเรื่อย แต่ที่รู้สึกได้คืออารมณ์ของพ่อแม่เหมือนจะงุดหงิดง่าย

ขึ้นอะไรแบบนี้ ตอนนี้พ่อก็ยังไม่บอกผมนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่รู้ความจริงคือผมไปถามเขา เพราะว่าผมเรียน Finance ต้องเรียนเกี่ยวกับวิกฤตปี 40 และเขาก็บอกว่าเขาเจออะไรมา ก็เล่าอย่างละเอียดเลยครับว่าเจอมายังไง แต่ว่าพ่อจะไม่ได้เล่ามุมดราม่านะ แม่จะเป็นคนเล่าให้ฟังตอนหลังมากกว่า

ตอนนั้นก็น่าจะโดนไป 400 ล้านบาท สำหรับตัวผมมันเหมือนเดิมมาตลอดครับ แต่ว่าถ้าสำหรับเขาก็ค่อยค่อยเพิ่มขึ้นจากวัตถุจากสิ่งของต่างต่างนานาพวกรถ ของใช้ในบ้านอะไรแบบนี้ ก็ค่อยค่อยเปลี่ยน ค่อยค่อยดีขึ้น ที่เรารับรู้ได้ น่าจะประมาณตอนผม ม ปลาย เพราะช่วงที่เกิดวิกฤตผมเพิ่งอยู่ตอนประถมเอง

พ่อแม่สำคัญที่สุดเลยครับทุกวันนี้ก็ทำเพื่อครอบครัวอยู่ปัจจุบันนี้ผมจะคิดถึงตัวเองน้อยมากผมรู้สึกว่าผมคิดถึงแค่ตัวเองมันไปได้นิดเดียวผมจะทำไปทำไมผมก็ไม่ได้ลำบากอะไร แต่ว่าถ้าเพื่อเขา ให้เขารู้สึกภูมิใจที่เห็นเราประสบความสำเร็จอันนั้นตัวเราจะหนัก แต่เราจะผลักตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม เป็นยังไงกันบ้างครับกับเรื่องราวของ บ้าน 68 ล้าน

เจษฎ์พิพัฒทายาทเจ้าของตลาดรังสิต หลายๆคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีขอบคุณเรียบเรียงโดยทรัสโตออนไลน์ หากชื่นชอบบทความของเราสามารถกดไลค์และกดติดตามเว็บไซต์ได้เลยจ้าหากทีมงานผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยจ้า อะไรที่ปรับปรุงได้จะทำให้มันดีขึ้นจ้า ขอบคุณน้า

error: Content is protected !!