ต.บ้านพรุ

เมืองบ้านเกิด พระราชินีสุทิดาฯ ใจกลางเมืองหาดใหญ่ เมืองบ้านเกิด พระราชินีสุทิดาฯ ตำบลบ้านพรุ เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2521 ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีพระนามเดิมว่า สุทิดา ติดใจ ครอบครัวของพระองค์เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน พระราชบิดาชื่อนายคำ ติดใจ และพระราชมารดาชื่อว่า คุณหญิงจั่งเฮียง ติดใจทรงเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา

จากนั้น จึงทรงศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต ณ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จนจบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2543 ต่อมาทรงเข้าเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท แจลเวย์ จำกัดเมื่อปี พ.ศ. 2543 – พ.ศ. 2546 และทรงเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน เมื่อปี พ.ศ. 2546 – พ.ศ. 2551อำเภอหาดใหญ่ ก่อตั้งโดยใช้ชื่อนี้มานานกว่า 102 ปี ซึ่งเป็นตำบลที่มีความพิเศษมากๆ นั่นก็คือ ตำบลบ้านพรุ เป็นตำบลตำบลแห่งนี้ถือว่าเป็นพื้นที่มีความเจริญรองจากตัวเมืองหาดใหญ่เลยที่เดียว

และได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองเป็นแรกๆ ของจังหวัดสงขลาประวัติตำบลบ้านพรุและเทศบาลเมืองบ้านพรุ คั้งอยู่ในท้องที่ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เดิมมีสภาพเป็นพรุนับได้ว่าเป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งชุมชนอยู่แถบลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภามาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ไม่ได้มีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานอย่างชัดเจนเพียงพอ ที่จะนำมาอ้างอิงทางวิชาการได้ เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่เป็นเพียงการบอกเล่าต่อกันมาของผู้เฒ่าผู้แก่สืบต่อต่อกันหลายชั่วอายุคนและเท่าที่ค้นพบหลักฐานตามบันทึกของนายสงค์ รักษ์วงศ์ อดีตกำนันตำบลบ้านพรุ

ระบุว่าชื่อของตำบอลบ้านพรุนั้น มีที่มาจากภูมิประเทศอันเป็นที่ตั้ง ซึ่งเมื่อก่อนมีสภาพเป็น พรุ กระจายอยู่ทั่วไป ปัจจุบันพรุก็ยังหลงเหลืออยู่เช่น พรุพลี พรุค้างคาว เป็นต้น ตามบันทึกระบุว่าสมาชิกคนแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบ้านพรุ คือ ตางกเง็ก ที่มีบ้านเดิมอยู่ที่ควงจน โดยเข้ามาบุกเบิกถางพงเพื่อสร้างบ้านเรือนเมื่อประมาณ 200 ปีก่อนเพราะพื้นที่ของบ้านพรุนั้นเหมาะสำหรับการทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูก ทำไร่ ทำนา ทำสวน หรือการเลี้ยงสัตว์ ที่เหมาะกว่าควนจงซึ่งเป็นที่ดอนหลังจาก ตางกเง็ก เข้ามาบุกเบิกระนะหนึ่ง

ลูกหลานและเพื่อนบ้านแถบควนลง และใกล้เคียงเข้ามาย้ายถิ่นฐาน เข้ามาปักหลักเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ และกลายเป็นหมู่บ้านและตำบลจนถึงปัจจุบันจากคำบอกเล่าต่อๆกันมา ของผู้เฒ่า ได้บอกว่า เมื่อก่อนที่นี่ไม่มีกำนัน ไม่มีผู้ใหญ่บ้าน มีแต่ ‘หัวบ้าน’ต่อมาภายหลังจากที่มีการใช้กฎหมายปกครองท้องที่ จึงได้มีการแต่งตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านขึ้น ซึ่งมี นายบุญทอง ศรีสุวรรณโณ เป็นกำนันคนแรกของตำบลบ้านพรุความเจริญของตำบลบ้านพรุ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยายตัวที่ใหญ่กว่าเดิมของชุมชน พ.ศ.2508

กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศตั้งตำบลบ้านพรุ บางส่วนเป็นสุขาภิบาลบ้านพรุครอบคลุมพื้นที่ หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3และหมู่ที่ 4 มีเนื้อที่ 1.43 ตารางกิโลเมตร พ.ศ.2528 ได้ขยายเขตสุขภิบาลบ้านพรุ ครอบคลุมอีก 4 หมู่บ้าน คือหมู่ที่ 2 หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 9 รวมพื้นที่ 12.15 ตารางกิโลเมตรสถานที่ที่สำคัญได้แก่ ตลาดน้ำบ้านพรุ บ้านศิลปินแห่งชาติครูนครินทร์ ชาทอง วันป่าแสงธรรม และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน

เป็นยังไงกันบ้างกับเรื่องราวและข่าวสารที่นำมาให้อ่านกันในวันนี้หวังว่าคงจะเป็นสาระข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อคณผู้อ่านไม่มากก็น้อยทั้งนี้ถ้ามีความผิดพลาดประการใดขออภัยมาณทีนี่ด้วยทางเราจะพยายามปรังปรุงให้ดีขึ้นต่อไปฝากเป็นกำลังใจให้ทีมงานโดยการกดไลค์แชร์ถ้าข้อมูลถูกใจติดตามเว็บได้ที่ข้างบน

error: Content is protected !!